วัยรุ่นไทยซึ่งอยู่ในวัย 11 - 20 ปี มีราว 12 ล้านคน เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่รัฐบาลและชนชั้นนำยังไม่ได้สนใจดูแลอย่างจริงจัง เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของพ่อแม่บ้าง เรื่องของครูหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบ้าง แต่คนเหล่านั้นก็ดูแลได้ไม่ได้ดี ทั้งขาดความรู้เรื่องจิตวิทยาวัยรุ่น ทั้งไม่มีเวลา ไม่มีความตั้งใจ (ที่จะเรียนรู้และทำให้มีประสิทธิภาพ) มากพอ
วัยรุ่นเป็นวัยผู้ใหญ่ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและความคิดจิตใจอย่างสำคัญ ทำให้ช่วงวัยรุ่นมีโอกาสเสี่ยงภัยสูง ทั้งเรื่องพฤติกรรมดื้อรั้นต่อต้านผู้ใหญ่ ความล้มเหลวในการเรียน การได้รับอิทธิพลจากเพื่อน การติดบุหรี่ เหล้า ยาเสพติด การมีพฤติกรรมความสัมพันธ์ทางเพศแบบเสี่ยงภัย การเกเร ก่อความรุนแรง รบกวนทำร้ายคนอื่น พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งการละเมิดกฎหมาย ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี
การที่มีข่าววัยรุ่นในทางมีปัญหามากกว่าในทางสร้างสรรค์ทำให้คนทั่วไปชอบมองวัยรุ่นในแง่ลบ และทำให้วัยรุ่นบางส่วนรู้สึกไม่พอใจ อยากท้าทายหรือต่อต้านสังคมเพิ่มขึ้น ทั้งพ่อแม่และคนทั่วไปจึงควรทำความเข้าใจจิตวิทยาวัยรุ่นและปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างยืดหยุ่น สร้างสรรค์เพิ่มขึ้น
พฤติกรรมของวัยรุ่นบางเรื่อง เช่นการแต่งตัว พูดจาและพฤติกรรมแปลก ๆ หรือมีลักษณะเฉพาะ การเริ่มสนใจเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ ไม่ได้เป็นพฤติกรรมที่มีอันตรายนั้นไม่ใช่ปัญหาจริง แต่การที่พ่อแม่ ผู้ใหญ่ บางคนไม่เข้าใจและไปมองว่าเป็นปัญหา และไปว่ากล่าวตักเตือนหรือออกกฎห้าม อาจทำให้วัยรุ่นบางคนเกิดความรู้สึกต่อต้าน จนกลายเป็นปัญหาจริงตามมาได้
ความขัดแย้งและต่อต้านผู้ใหญ่จากวัยรุ่นส่วนหนึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติที่วัยรุ่นทุกยุคสมัยก็มักจะเป็นกันแบบนี้ แต่ปัจจุบันมีลักษณะขยายกว้างหรือเพิ่มความรุนแรงขึ้น เพราะเศรษฐกิจสังคมเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจชุมชนแบบพึ่งตนเองได้ไปเป็นแบบทุนนิยมอุตสาหกรรม ที่ระบบตลาดและลัทธิบริโภคนิยมมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของประชาชนในทางลบเพิ่มขึ้นมาก
ระบบทุนนิยมโลกปัจจุบันมุ่งเอาเปรียบ / ค้ากำไรวัยรุ่นผู้อยู่ในวัยที่จะตกเป็นเหยื่อได้ง่ายเพิ่มขึ้นมาก เพราะวัยรุ่น คือตลาดสำหรับการขายสินค้าหลายอย่าง เช่นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องแต่งตัว
เครื่องสำอาง กีฬา เกมส์ ความบันเทิงและสินค้าผิดศีลธรรมและกฎหมาย เช่นบุหรี่ เหล้า เบียร์ การพนัน ยาเสพติด รวมทั้งวัยรุ่นยังถูกระบบทุนนิยมทำให้เป็นตัวสินค้าเอง เช่นการขายแรงงานและบริการทางเพศ
หากวัยรุ่น พ่อแม่ ครู ญาติพี่น้องรู้เท่าทันจิตวิทยาและปัญหาของวัยรุ่น เขาจะได้จัดการความสัมพันธ์กับชีวิตตนเองและคนใกล้ชิดให้ผ่านพ้นปัญหาหรือพัฒนาการด้านลบ และส่งเสริมพัฒนาศักยภาพทางด้านบวก ด้านสร้างสรรค์ของวัยรุ่นได้เพิ่มขึ้น
พฤติกรรมทางสังคมของวัยรุ่น
แบบแผนของพฤติกรรมทางสังคมของเด็กเปลี่ยนไปเมื่อเข้าถึงวัยรุ่น พวกเขาชอบใช้เวลาอยู่กับเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกันมากขึ้น การสื่อสารกับเพื่อนวัยเดียวกัน (รวมทั้งการคุยกันทางโทรศัพท์นานๆ ) ทำให้วัยรุ่นมีความสุขมากกว่าการสื่อสารกับผู้ใหญ่ วัยรุ่นจะพยายามปลีกตัวออกมาเพื่อสร้างความเป็นอิสระให้ตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องตามธรรมชาติ ฉะนั้นการทะเลาะเบาะแว้งกับผู้ปกครองจะเพิ่มขึ้นในช่วงนี้
พฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นจะถูกหล่อหลอมด้วยเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ วัยรุ่นจะมีความรู้สึกเครียดหรือหดหู่น้อยลง ถ้ามีกลุ่มเพื่อนสนิทที่เป็นกำลังใจให้ การที่วัยรุ่นชอบแต่งตัว ไว้ผมและใช้ภาษาท่าทีแบบแปลกๆ มีลักษณะเฉพาะก็เพื่อแสดงตัวเข้ากับกลุ่มเพื่อนๆ กลุ่มเพื่อนจะส่งเสริมพฤติกรรมทั้งแบบชอบเข้าสังคม และแบบต่อต้านสังคม พฤติกรรมแบบชอบเข้าสังคมจะมีอิทธิพลสูงในช่วงวัย 11 - 12 ปี แต่เมื่อเข้าวัย 14 - 15 ปี วัยรุ่นจะมีโอกาสมีพฤติกรรมแบบต่อต้านสังคมสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้ารวมกลุ่มกับเพื่อนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ การรู้จักมองคนและเลือกคบเพื่อนที่ดีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับวัยรุ่นเอง
ช่วงวัยรุ่นจะขัดแย้งกับพ่อแม่มากขึ้น และจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การสร้างสัมพันธ์ระหว่างวัยรุ่นกับผู้ใหญ่จะดีขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายพยายามเรียนรู้จากกันและอย่างเปิดเผยจริงใจด้วยความรัก ความปรารถนาดีและมีพฤติกรรมไกล่เกลี่ยกัน
จิตวิทยาของวัยรุ่น
วัยรุ่นมีแนวโน้มจะใจร้อนบุ่มบ่าม ชอบเสี่ยง ชอบเพลงสมัยใหม่ การกีฬา ชอบเรื่องตื่นเต้น หรือกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานอื่นๆ แต่บางคนก็อาจเสี่ยงภัยไปสู่เสพยา อุบัติเหตุทางรถ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และอาชญากรรมได้ง่าย มีหลักฐานว่าลักษณะพฤติกรรมชอบเรื่องตื่นเต้น, เรื่องเสี่ยงนี้เป็นเรื่องของชีววิทยา คือ เป็นเพราะส่วนของสมองของวัยรุ่นที่ควบคุมการทำงานเกี่ยวกับการสังคมและอารมณ์ความรู้สึก พัฒนาเร็วกว่าส่วนของสมองที่ควบคุมเรื่องเหตุผลการนึกคิดและการควบคุมตัวเอง วัยรุ่นมักจะคิดว่าตนสามารถจะทำอะไรก็ได้โดยไม่ได้รับอันตราย
สมองโดยรวมของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่เต็มที่ การรับรู้ความคิดตัดสินใจต่างๆ ยังไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่เท่าสมองของผู้ใหญ่ ร่างกายของวัยรุ่นต้องการนอนมากกว่าผู้ใหญ่ แต่เนื่องจากร่างกายของพวกเขาและเธอจะโตเท่าๆ กับผู้ใหญ่แล้ว พ่อแม่จึงมักคาดหมายสูงว่าพวกเขาควรจะทำอะไรอย่างมีเหตุผลแบบผู้ใหญ่และชอบดุว่า ว่าพวกเขายังทำตัวเป็นเด็กๆ ซึ่งเป็นการคาดหมายและการวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรมนัก
ถึงแม้ว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่จะมีสภาวะจิตใจที่มีสุขภาพดี แต่บางคนก็สามารถมีปัญหาทางจิตใจได้ วัยรุ่นอาจจะเกิดความเครียดทางอารมณ์โดยการแสดงออกด้วยการกินมากไป นอนมากไป, วิตกกังวลเรื่องรูปร่าง หน้าตามากไป บางคนอยู่ๆ ก็รู้สึกซึมเศร้า อยากปลีกตัวออกห่างจากคนอื่น บางคนสับสนว่าชีวิตมีค่าควรแค่การอยู่ต่อไปหรือไม่ ความเครียดของวัยรุ่นบางครั้งไม่อาจจะเห็นได้ชัดเจน หากพ่อแม่ไม่ช่างสังเกต ไม่ได้เอาใจใส่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ก็จะไม่ค่อยรู้ว่าลูกวัยรุ่นต้องผ่านความยุ่งยากใจอะไรบ้าง
บ้านเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการทางจิตใจของวัยรุ่น บรรยากาศบ้านและครอบครัวมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาจิตใจของวัยรุ่นซึ่งมีผลไปถึงวัยผู้ใหญ่ด้วย เช่น พ่อแม่ที่ทำร้ายลูก จะทำให้ลูกชอบแกล้งเพื่อนร่วมห้องได้ตั้งแต่ตอนอายุเจ็ดขวบ และเมื่อเขาโตเป็นวัยรุ่น พฤติกรรมเขาอาจจะเลวร้ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เด็กคนนี้อาจจะเริ่มใช้ยาเสพติดหรือใช้ความรุนแรงกับเพื่อน ถ้าพ่อแม่ไม่สอนให้เด็กรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดตั้งแต่เล็ก ๆ วัยรุ่นจะขาดความรู้ที่จะแยกแยะอะไรถูกผิด และจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ ทำให้เขาตัดสินใจผิดๆ ได้
วัยรุ่นเป็นวัยที่พยายามค้นหาความต้องการที่แท้จริงของตนเอง เรียนรู้บทบาทหน้าที่และพัฒนาความสามารถเฉพาะตน เพื่อที่จะวางแผนชีวิตต่อไปในอนาคต ถ้าเขาค้นหา เอกลักษณ์ (IDENTITY) ของตัวเองพบ เขาจะเข้าใจในบทบาทหน้าที่และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักความสามารถของตน รวมทั้งมีการวางแผนชีวิตที่เหมาะสม ในทางตรงกันข้าม หากวัยรุ่นเกิดความล้มเหลวในการค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะตน เขาก็จะสับสนในบทบาทหน้าที่และมีผลกระทบต่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต
ในการค้นหาเอกลักษณ์ของตัวเองแล้ว วัยรุ่นยังปรารถนาที่จะเป็นเหมือนผู้ใดผู้หนึ่งในสังคม นั่นคือวัยรุ่นจะเลือกเอาลักษณะบางอย่างของผู้อื่นมาใช้เป็นลักษณะของตนเอง โดยต้นแบบมักจะได้แก่ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง และครูอาจารย์ แต่การเลียนแบบพฤติกรรมนั้นมิได้จำกัดเฉพาะพฤติกรรมที่ดี วัยรุ่นอาจรับเอาลักษณะก้าวร้าวหรือรุนแรงมาได้หากวัยรุ่นผู้นั้นประสบกับเหตุการณ์ที่โหดร้าย หรือรุนแรงในชีวิต หรืออาจจดจำพฤติกรรมที่ไม่ดีมาจากบุคคลที่ใกล้ชิด ภาพยนตร์ ละคร หรือเกมส์ต่อสู้ต่างๆ ก็ได้
เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องรู้ว่าช่วงการพัฒนาทางสมองของวัยรุ่นนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว ความคิดต่างๆ ที่มีในช่วงวัยรุ่นจะส่งผลกระทบสำคัญต่อบุคคลนั้นๆ ในระยะยาว โดยเฉพาะจะส่งผลต่อบุคลิกลักษณะและนิสัยของบุคคลนั้นตลอดไป
การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้สึกอารมณ์ ลักษณะทางกายภาพ และความสัมพันธ์ต่อผู้อื่น ทำให้วัยรุ่นมักเครียดและก็กลัวการเปลี่ยนแปลงนั้น ความคิดเรื่องครอบครัวของวัยรุ่นก็เปลี่ยนไป ในมุมมองเก่านั้นจะมองว่าเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่วัยรุ่นทุกคนจะชอบท้าทายโต้แย้งและปลีกตัวออกห่างจากพ่อแม่ แต่มุมมองใหม่มองว่าเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ไปอีกขั้นหนึ่ง และถ้าพ่อแม่เข้าใจจิตวิทยาวัยรุ่นและปฏิบัติต่อลูกวัยรุ่นอย่างเหมาะสม อาจรักษาความผูกพันในครอบครัวไว้ได้ดี พ่อแม่ควรเรียนรู้และใช้จิตวิทยาทางบวก ในการสร้างแรงจูงใจแก่วัยรุ่นเพื่อให้เขาพัฒนาตัวเองมาเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับและมีลักษณะเฉพาะ เพราะวัยรุ่นหลายคนมักจะเบื่อ ลังเล และไม่มีแรงจูงใจอยากทำอะไร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น